คำถามคำตอบ-FAQ

บำรุงผม

เคราตินมีอยู่ในอาหารประเภทใด

การเลือกรับประทานอาหารเพื่อให้กระตุ้นสร้างเคราตินนั้น ควรเลือกอาหารที่อยู่ในหมวดโปรตีนเป็นหลักนอกจากจะพบเคราตินในอาหารจำพวกโปรตีนเป็นหลักแล้ว รองลงมาก็คืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและอาหารที่มีกรดอะมิโนจำเป็น เช่น กรดไขมัน โดยแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในกระบวนการสร้างเคราติน ได้แก่ ปลาแซลมอน ไข่ไก่ และตระกูลถั่ว เช่น อัลมอนด์ พีแคน มะม่วงหิมพานต์ วอลนัท ถั่วแดง มะม่วง สัปปะรด กีวี ลูกพืช ชีส นมพร่องมันเนย โยเกิร์ต บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี สตอเบอร์รี บร็อคโคลี ผักปวยเล้ง ผักโขม ผักคะน้า หอยนางรม เมล็ดฟักทอง และเนื้อไก่ เป็นต้น

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นคืออะไรและดีอย่างไร

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นการผลิตน้ำมันที่ได้จากการนำมะพร้าวมาแยกน้ำมันออกจากเนื้อมะพร้าวด้วยวิธีสกัดเย็น ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ใช้ความร้อนและไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปรรูปทางเคมี น้ำมันที่ได้จึงมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่นหืน อาจมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะพร้าวปนมาด้วย บางครั้งเรียกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นว่าน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ก็ได้

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหากน้ำมารับประทานจะดีต่อสุขภาพทั้งเรื่องของสมอง บำรุงกระดูก ช่วยเสริมภูมิป้องกันร่างกาย ช่วยเผาผลาญไขมันและประโยชน์อื่น ๆ มากมาย ในด้านความงามน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจะช่วยทั้งเรื่องการดูแลผม ช่วยบำรุงเส้นผมทำให้ผมดกดำ ทำให้สวยเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยเรื่องผิว โดยโมเลกุลของน้ำมันสามารถแทรกซึมทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก  ช่วยลดการเกิดสิว ฝ้า และการสะสมของสารเคมีจากเครื่องสำอาง  ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกระชับ เต่งตึง ผิวหน้าเนียนใส และช่วยขจัดสิ่งอุดตันที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว อย่างได้ผล

อาหารเสริม

เคราตินมีอยู่ในอาหารประเภทใด

การเลือกรับประทานอาหารเพื่อให้กระตุ้นสร้างเคราตินนั้น ควรเลือกอาหารที่อยู่ในหมวดโปรตีนเป็นหลักนอกจากจะพบเคราตินในอาหารจำพวกโปรตีนเป็นหลักแล้ว รองลงมาก็คืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและอาหารที่มีกรดอะมิโนจำเป็น เช่น กรดไขมัน โดยแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในกระบวนการสร้างเคราติน ได้แก่ ปลาแซลมอน ไข่ไก่ และตระกูลถั่ว เช่น อัลมอนด์ พีแคน มะม่วงหิมพานต์ วอลนัท ถั่วแดง มะม่วง สัปปะรด กีวี ลูกพืช ชีส นมพร่องมันเนย โยเกิร์ต บลูเบอร์รี ราสเบอร์รี สตอเบอร์รี บร็อคโคลี ผักปวยเล้ง ผักโขม ผักคะน้า หอยนางรม เมล็ดฟักทอง และเนื้อไก่ เป็นต้น

เคราติน (KERATIN) คืออะไร

เคราติน (Keratin) คือ เส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณหนังกำพร้าของคน เป็นเซลล์ที่ผิวหนังสร้างขึ้นจากเซลล์เยื่อบุผิวหนังและอัดแน่นเป็นแผ่นบางใสในชั้นนอกสุดเรียกว่า หนังขี้ไคล เคราตินจะช่วยป้องกันการดูดซึมของสารต่างๆเข้าสู่ร่างกาย ลดอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลต และป้องกันการระเหยของน้ำจากผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน

โปรตีนชนิดนี้เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผมถึงร้อยละ 90 รองลงมาคือเส้นขนและเล็บ

คุณสมบัติของเคราตินคือสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับชั้นเซลล์ผิวหนังและเป็นแหล่งความชุ่มชื้นของเส้นผม เส้นขนและเล็บ รวมถึงเป็นแหล่งอาหารที่ช่วยให้เซลล์ต่างๆ เจริญเติบโตได้เป็นปกติอีกด้วย

เคราติน จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารเสริมที่ดูแลผม ผิวหนังและเล็บ และยังถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ความงามประเภททรีทเมนต์ดูแลเส้นผมอีกด้วย เนื่องจากเคราติน เป็นสารอาหารที่สำคัญในการล็อคความสวยงามของเส้นผม และให้ความเปล่งประกายกับเส้นผมของเรา

ใครบ้างที่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร?

1.คนที่ต้องการเสริมสารอาหารที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอ

2.คนที่ไม่สามารถรับประทานอาหารปกติได้ เช่นอาจจะกำลังควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก หรือแพ้อาหารบางชนิดทำให้ขาดสารอาหารจากอาหารชนิดนั้น ๆ

3.คนที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหาร เนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะดูดซึมได้ง่ายกว่า

4.คนที่ต้องการสารอาหารบางชนิดบางกว่าปกติ เพื่อดูแลสุขภาพให้ทำงานได้ปกติ

บำรุงผิว

เคราติน (KERATIN) คืออะไร

เคราติน (Keratin) คือ เส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณหนังกำพร้าของคน เป็นเซลล์ที่ผิวหนังสร้างขึ้นจากเซลล์เยื่อบุผิวหนังและอัดแน่นเป็นแผ่นบางใสในชั้นนอกสุดเรียกว่า หนังขี้ไคล เคราตินจะช่วยป้องกันการดูดซึมของสารต่างๆเข้าสู่ร่างกาย ลดอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลต และป้องกันการระเหยของน้ำจากผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน

โปรตีนชนิดนี้เป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผมถึงร้อยละ 90 รองลงมาคือเส้นขนและเล็บ

คุณสมบัติของเคราตินคือสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับชั้นเซลล์ผิวหนังและเป็นแหล่งความชุ่มชื้นของเส้นผม เส้นขนและเล็บ รวมถึงเป็นแหล่งอาหารที่ช่วยให้เซลล์ต่างๆ เจริญเติบโตได้เป็นปกติอีกด้วย

เคราติน จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารเสริมที่ดูแลผม ผิวหนังและเล็บ และยังถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ความงามประเภททรีทเมนต์ดูแลเส้นผมอีกด้วย เนื่องจากเคราติน เป็นสารอาหารที่สำคัญในการล็อคความสวยงามของเส้นผม และให้ความเปล่งประกายกับเส้นผมของเรา

ไลโคปีน ดีอย่างไร?

ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสีแดงที่มีอยู่ในผักและผลไม้สีแดง สีส้ม สีเหลือง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ซึ่งไลโคปีนนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการบำรุงผิวพรรณ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ช่วยบรรเทาภาวะความดันโลหิตสูง และลดระดับไขมันในเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด

ไลโคปีน พบมากในมะเขือเทศ  โดยในมะเขือเทศสดปริมาณ 100 กรัมอาจมีไลโคปีน 3 มิลลิกรัม ส่วนมะเขือเทศอบแห้งในปริมาณเดียวกันอาจมีสารชนิดนี้มากกว่าคือ 46 มิลลิกรัม เพราะว่าไลโคปีนจะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่ายขึ้นเมื่อผ่านความร้อน โดยเฉพาะการปรุงที่ใช้น้ำมัน ซึ่งซอสมะเขือเทศและน้ำมะเขือเทศก็มีสารนี้ในปริมาณที่สูงกว่ามะเขือเทศสดเช่นกัน นอกจากมะเขือเทศแล้ว ยังพบสารต้านอนมูลอิสระชนิดนี้ได้จากแตงโม ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ แต่อาจพบในปริมาณน้อยกว่ามะเขือเทศที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว

คอลลาเจนคืออะไรมีประโยชน์อย่างไร

Collagen คือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง เป็นงค์ประกอบของผิวหนัง ผม และขน ทำหน้าที่เป็นใยยึดเกาะส่วนต่างๆ ในร่างกาย ในร่างกายของคนและสัตว์จะพบคอลลาเจนได้มากบริเวณกระดูกข้อต่อ กระดูกอ่อน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย

คอลลาเจนเกิดจากการที่เรารับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา นม หรือแหล่งโปรตีนอื่นๆ โปรตีนที่ทานเข้าไปจะถูกย่อยสลายจนแตกตัว และก่อตัวขึ้นใหม่เป็นเส้นใยคอลลาเจนนั่นเอง
คอลลาเจนนี้จะช่วยในกระบวนการรักษาแผล ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว

Eye Cream คืออะไร ?

อายครีม เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบน้ำ เนื้อครีม เนื้อเจล ออกแบบมาเพื่อใช้แก้ไขปัญหารอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาถุงใต้ตา, รอยคล้ำใต้ดวงตา, ริ้วรอย และเส้นริ้วต่าง ๆ  ผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้รอบ ๆ ดวงตาดูดีขึ้นได้
การใช้ครีมโดยทั่วไปทารอบดวงตา ไม่สามารถทำให้ผิวรอบดวงตาดูดีขึ้นเพราะ ไม่มีส่วนผสมสำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะ

การเลือกอายครีมที่ดีจึงต้องดูส่วนผสมให้ชัดเจน คำนึงถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับอย่างละเอียด และควรเลือกสูตรเจลจะดีกว่าเนื้อครีม เพราะเบากว่าและดูดซึมได้ง่ายกว่า แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใดคุณควรใช้ด้วยความระมัดระวัง หากคุณมีอาการผื่นแดงระคายเคืองและบวมอย่างรุนแรงคุณควรหยุดใช้ทันที

โพรไบโอติกส์ คืออะไร ช่วยเรื่องผิวพรรณได้อย่างไร

โพรไบโอติกส์ เป็นคำที่ใช้บ่อยโดยทั่วไปในสถาบันศึกษาและวิจัยทางด้านอาหาร ร่างกายของเรานั้นประกอบไปด้วยจุลินทรีย์หลายล้านชนิด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย และอื่น ๆ นอกจากจะมีจุลินทรีย์ที่ไม่ดีแล้ว ยังผลิตจุลินทรีย์ดี ๆ อย่าง โพรไบโอติกส์ (Probiotics) ที่เป็นแบคทีเรียชั้นดี เพื่อปรับสมดุลร่างกายได้

โพรไบโอติกส์ ยังช่วยและปกป้องระบบนิเวศของผิว (Skin Microbiome) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำโพรไบโอติกส์มาอยู่ในรูปของส่วนผสมในสกินแคร์เหมือนเป็นสารอาหารและแหล่งพลังงานแก่แบคทีเรียดีที่อยู่ในผิว แล้วขจัดแบคทีเรียไม่ดีให้หมดไป ได้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีโพรไบโอติกส์ จะช่วยให้ผิวดีขึ้นจริงโดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสิวและผื่นแพ้ง่าย เพราะนอกจะช่วยดูแลผิวหน้าให้สะอาดไร้แบคที่เรียไม่ดีแล้วยังให้ความชุ่มชื่นอีกด้วย

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นคืออะไรและดีอย่างไร

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นการผลิตน้ำมันที่ได้จากการนำมะพร้าวมาแยกน้ำมันออกจากเนื้อมะพร้าวด้วยวิธีสกัดเย็น ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ใช้ความร้อนและไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปรรูปทางเคมี น้ำมันที่ได้จึงมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่นหืน อาจมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะพร้าวปนมาด้วย บางครั้งเรียกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นว่าน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ก็ได้

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหากน้ำมารับประทานจะดีต่อสุขภาพทั้งเรื่องของสมอง บำรุงกระดูก ช่วยเสริมภูมิป้องกันร่างกาย ช่วยเผาผลาญไขมันและประโยชน์อื่น ๆ มากมาย ในด้านความงามน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจะช่วยทั้งเรื่องการดูแลผม ช่วยบำรุงเส้นผมทำให้ผมดกดำ ทำให้สวยเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยเรื่องผิว โดยโมเลกุลของน้ำมันสามารถแทรกซึมทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก  ช่วยลดการเกิดสิว ฝ้า และการสะสมของสารเคมีจากเครื่องสำอาง  ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกระชับ เต่งตึง ผิวหน้าเนียนใส และช่วยขจัดสิ่งอุดตันที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว อย่างได้ผล

ไฮยาลูรอน อันตรายไหม?

“Hyaluronic Acid : HA” ไฮยาลูรอนหรือกรดไฮยาลูโรนิก เป็นสารที่มีการนำมาใช้กันยาวนาน โดยเป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า polysaccharide มีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยปกติร่างกายมนุษย์จะมีไฮยาลูรอนอยู่แล้ว จึงไม่ใช่สารที่อันตรายครับ

FILLER ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร?

กรดไฮยาลูรอน หรือ กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เรียกกันสั้นๆว่า “HA” เป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณดวงตาและข้อต่อจะพบว่ามี HA เข้มข้นสูงสุด มีส่วนสำคัญในการเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี โดยเฉพาะที่ ข้อต่อ ข้อเข่า

ต่อมาจึงมีการคิดค้น “กรดไฮยาลูรอนสังเคราะห์” เพื่อทดแทนไฮยาลูโรนิค เอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้นโดยมีคุณสมบัติเด่นในด้านการอุ้มน้ำได้ดี ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น รักษาความชุ่มชื้น ป้องกันริ้วรอยบนผิวหนัง เช่น ริ้วรอยที่ร่องแก้มและบริเวณรอบดวงตา ที่มักปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้า จากการแสดงสีหน้า อารมณ์ การขมวดคิ้ว รวมถึงมีการนำไฮยาลูรอน มาใช้สำหรับโรคข้อต่างๆ ด้วยครับ